วันนี้ (31 มี.ค. 62) ที่ห้องประชุม 2 อาคาร sme ภายในศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายวิจารณ์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยพลเอกศิวะ ภระมรทัต ผู้บัญชาการกองกำลังจิตอาสา , นายธีรภัทร์ ประยูรสิทธิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักนายกรัฐมนตรี , นายประลอง ดำรงไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ , นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ และนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธ์พืช พร้อมด้วย นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าและฝุ่นละอองในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ จากนั้นนั้นได้ร่วมกันแถลงข่าวสรุปผลการประชุมการแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการยกระดับการแก้ไขปัญหา โดยการตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ดังกล่าว ซึ่งการสั่งการจะเป็นในลักษณะ Single Command โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมให้การสนับสนุน เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการจากกรมอุทยาน สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ ในการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ เพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินงาน โดยจัดเป็นหน่วยกำลังผสม เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่อุทยาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร พร้อมกับเข้าไปทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง งดการเผาทุกชนิดในทุกพื้นที่ ซึ่งหน่วยเฉพาะกิจนี้ นอกจากจะเข้าไปทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน เฝ้าระวังการเกิดไฟป่าในพื้นที่ ยังสามารถบังคับใช้กฎหมายได้ทันที หากพบการกระทำความผิดลักลอบเผาป่า และยังได้เสริมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากนอกพื้นที่ เข้ามาช่วยปฏิบัติการดับไฟป่าในภาคเหนือแล้วกว่า 2,000 คน พร้อมเฮลิคอปเตอร์ที่ระดมมาจากพื้นที่อื่น เพื่อสนับสนุนการทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัดอีกด้วย
ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสาเหตุที่เกิดไฟป่าในปีนี้ ต้องยอมรับปีนี้เกิดความแห้งแล้งยาวนานเป็นพิเศษ ปีที่แล้วแห้งแล้งแต่มีฝนตกมาเป็นระยะ ประกอบกับมีเชื้อเพลิงที่สะสมมาจากปีที่ผ่านๆ มาเป็นจำนวนมาก ความแห้งแล้งที่ยาวนาน ไม่มีฝนตก เมื่อมีคนเข้าไปลักลอบล่าสัตว์และจุดไฟเผา ก็ทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง และยังทำให้เกิดปัญหาไฟป่าและหมอกควันขึ้น รวมถึงสภาพอากาศในพื้นที่ก็มีการแปรปรวน สภาพอากาศปิดไม่มีลมที่จะพัดพาเอาหมอกควันออกจากพื้นที่ได้ ขณะนี้ไม่ใช่เพียงจังหวัดเชียงใหม่ แต่เป็นทั้งหมด 9 จังหวัดภาคเหนือ ที่ต้องประสานความร่วมมือกัน รวมถึงการประสานในระดับภูมิภาคอาเซียนในอนาคต โดยให้เลขาธิการอาเซียน แจ้งไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนที่อยู่ใกล้กับประเทศไทย ช่วยลดการเผาในประเทศของตนด้วย
ด้าน นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การเผาป่าทำอย่างไรถึงจะหยุดให้ได้ ก็มีข้อแนะนำให้ทางชุมชนมีส่วนร่วมให้มากขึ้น เพราะในชุมชนต้องรู้ว่าใครเป็นคนเผาป่า ต่อไปต้องให้ชุมชนเข้ามาร่วม นำคนเผาป่ามาอบรมให้ความรู้ นำคนในชุมชนมาอบรม เพื่อสร้างความเข้าใจ ให้ตระหนักถึงปัญหา และสร้างอาชีพให้โดยไม่ต้องเผาป่า ล่าสัตว์ แล้วมาร่วมมือกับทางภาครัฐในการเฝ้าระวังป้องกันรักษาป่า และความร่วมมืองดการเผา ซึ่งทางจังหวัดก็ได้เร่งดำเนินการในมาตรการเร่งด่วน ทั้งการจัดการเรื่องไฟป่าที่เกิดขึ้น และการดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการตรวจรถควันดำ ที่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่สร้างมลพิษเพิ่มขึ้นในอากาศ แม้จะไม่ใช่หมอกควันที่ปกคลุมในพื้นที่ แต่ก็มีการปล่อยควันพิษ ทำให้พี่น้องประชาชนที่สัญจรบนท้องถนนได้รับควันพิษเพิ่มมากขึ้น รวมถึงดูเรื่องพื้นที่ก่อสร้าง ไม่ให้มีฝุ่นฟุ้งกระจายออกมาจากเขตก่อสร้าง และดูเรื่องของโรงงานต่างๆ ไม่ให้มีการปล่อยควันเสียเพิ่มขึ้น
ในการนี้ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเสริมว่า ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ได้มีคำสั่งจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้อำนวยการศูนย์ มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในพื้นที่ร่วมปฏิบัติงาน และผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเป็นเลขาผู้ประสานงานประจำศูนย์ ทั้งนี้ การปฏิบัติงานจะใช้รูปแบบ Single Command เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดความชัดเจน รวดเร็ว และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สำหรับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานระดับพื้นที่ภายใต้สังกัดให้การสนับสนุนเครื่องมือ อุปกรณ์ นักวิชาการ รวมถึง สรรพกำลังในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ และนายกรัฐมนตรีจะเดินทางลงตรวจเยี่ยมพื้นที่และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 2 เมษายน 2562 นี้ด้วย
สำหรับมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อเตรียมการรองรับการระงับเหตุและการป้องกันปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ ทุกหน่วยงานได้แสดงเจตจำนงในการร่วมมือหยุดการลุกลามของไฟป่า (Hot spot) ที่เกิดขึ้นในทุกพื้นที่และป้องกันเหตุไฟป่าที่อาจจะเกิดขึ้นใหม่ นอกจากนี้ ทางจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดเตรียมทีมงานด้านสาธารณสุขและจิตอาสาเข้าดูแลสุขภาพประชาชน จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ตรวจสภาพรถยนต์และเครื่องยนต์ที่อาจก่อให้เกิดควันดำ ตรวจสภาพโรงงานอุตสาหกรรมและเหมืองแร่ เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองที่อาจจะเกิดขึ้น สำหรับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 2,000 นาย เฮลิคอปเตอร์ดับไฟป่าจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3 ลำ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 1 ลำ ร่วมสนับสนุนการปฏิบัติงานกับทุกหน่วยงานในพื้นที่และดำเนินการควบคุมป้องกันการเกิดไฟป่าในพื้นที่รับผิดชอบทั้งเขตอุทยานแห่งชาติ และเขตป่าสงวนอย่างเข้มข้น
ด้านพลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัญหาหมอกควันไฟป่าในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา มีผลการปฏิบัติงานควบคุมได้ดีเป็นที่น่าพอใจ แต่ในปีนี้ มีปัจจัยหลายอย่างทำให้เกิดปัญหาขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งทุกหน่วยงานทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนฝ่ายปกครอง ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดจนถึงระดับกำนันผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่จะต้องช่วยกันสอดส่องว่านอกจากเกิดไฟป่าเองตามธรรมชาติแล้ว มีผู้ตั้งใจจุดไฟป่าเพื่อทำกิจกรรมหรือวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝงหรือไม่ และจะต้องดำเนินการสืบหาจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ ได้กำชับให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ดำเนินการตรวจสอบเฝ้าระวัง และป้องกันมิให้เกิดไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และป่าสงวนแห่งชาติ หากเจ้าหน้าที่ระดับใดย่อหย่อนประสิทธิภาพไม่สามารถดำเนินการได้ตามนโยบายก็จะพิจารณาลงโทษอย่างเฉียบขาด รมว. ทส. กล่าวในที่สุด

